คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ : เขียน
ผุสดี นาวาจิต : แปล
สนพ.ผีเสื้อ

‘โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนประถมศึกษาและครูใหญ่ที่แสนวิเศษ หากครูใหญ่ในประเทศไทยเป็นอย่างนี้ทุกคน คงไม่มีเด็กๆคนไหนบ่น ไม่อยากไปโรงเรียนเป็นแน่ หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ที่เล่าออกมาในรูปของวรรณกรรมทำให้อ่านง่าย สนุก และชวนติดตาม

โต๊ะโตะจังถูกไล่ออกจากโรงเรียนเก่า ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมหนึ่งเท่านั้นเอง!! เพียงเพราะความซุกซนตามประสาเด็กๆ แต่ครูกลับคิดว่าเป็นการรบกวนเพื่อนร่วมชั้น(เป็นครูประถมที่ไม่เข้าใจเด็กเอาเสียเลย) จึงเป็นเหตุให้ต้องหาโรงเรียนใหม่

โรงเรียนโทเมโอ’ เป็นโรงเรียนที่ใช้ตู้โดยสารรถไฟเป็นห้องเรียน และมีครูใหญ่ที่เข้าใจเด็กอย่างครูบาโยชิ การเรียนที่นี่เด็กสามารถเลือกเรียนตามลำดับความชอบของแต่ละคน อาหารกลางวันต้องมีอาหารจากทะเล และอาหารจากภูเขา

เมื่อถึงวันกีฬา โรงเรียนนี้ไม่ได้แข่งกันที่ความเร็วหรือใครแข็งแรงกว่า ทำให้เด็กตัวเตี้ย แขนขาสั้นอย่างทากาฮาชิ ได้ที่หนึ่งไปเสียทุกอย่าง และรางวัลสำหรับผู้ชนะคือผักชนิดต่างๆนั่นเอง

บางครั้งครูที่มาสอนเด็กๆก็แต่งตัวแปลกๆ สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายลายๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าพันรอบคอแทนเน็คไท แถมยังสวมหมวกฟางที่มีรอยขาดอีกด้วย อีกทั้งใบหน้าของเขาเกรียมแดด และมีรอยย่นแต่ดูท่าทางใจดี ก็เพราะว่าเขาคือคุณครูชาวนาไงละ

หนังสือเล่มนี้ถูกแปลไปแล้วไม่รู้กี่ภาษา จำหน่ายไปแล้วไม่รู้กี่ล้านเล่ม แม้กระนั้นก็ตาม คาดว่าบรรดาครู หรือครูใหญ่โรงเรียนต่างๆในประเทศไทยคงยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้กัน ไม่อย่างนั้น การศึกษาประเทศเราคงดีกว่านี้ ขอช่วยผู้อ่านเอาหนังสือเล่มนี้ไปฝากเขาสักเล่ม...

รู้จักคนแปล :

 

คัดจาก : คอลัมน์ รู้ไปโม้ด/น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com

น้าชาติค่ะ/อยากทราบประวัติของคุณผุสดี นาวาวิจิต ที่เป็นนักแปลภาษาญี่ปุ่นชั้นนำของไทยแต่ไม่เห็นมีประวัติของท่านบันทึกไว้เลยค่ะ
กุ้งเต้น

ตอบ กุ้งเต้น/ผุสดี นาวาวิจิต เจ้าของงานแปลชื่อดัง โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง และอีกหลายๆ เรื่อง

เกิดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2492 ชาวกรุงเทพฯ ศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนธิดานุเคราะห์ อ.หาดใหญ่ มัธยมต้นที่ร.ร.ดรุณพิทยา และมัธยมปลายที่ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ได้รับทุนจากกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นช่วงระหว่าง พ.ศ.2511-2521 จนจบปริญญาตรี สาขาวรรณกรรมเยาวชน จากมหาวิทยาลัยสตรีโอซาโนมิสึ และสาขาวรรณคดีอังกฤษและอเมริกันจากมหาวิทยาลัยโซกะ

วัยเด็กเป็นคนช่างพูด ช่างถาม ต้องการทราบเหตุผลทุกเรื่อง รักการอ่านมาก ที่บ้านมีหนังสือเยอะ งานอดิเรกสมัยนั้นคือชอบเกณฑ์เด็กข้างบ้านมาเรียนหนังสือโดยตัวเองเป็นคุณครู เลยซึมซับให้ชอบงานสอนและงานหนังสือมาตั้งแต่นั้น

พอกลับจากญี่ปุ่นก็ไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาการแปลภาษาญี่ปุ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างปี 2521-2524 เคยจัดรายการวิทยุภาคภาษาญี่ปุ่นทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เป็นผู้สื่อข่าวและจัดรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับประเทศไทยของสถานีเอ็นเอชเค ญี่ปุ่น เป็นล่ามและผู้บรรยายภาษาญี่ปุ่น และเคยเป็นครูใหญ่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นในไทยด้วย

ผลงานแปลจากหนังสือญี่ปุ่น อาทิ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง, 4 ปี นรกในเขมร, นางสาวโต๊ะโตะจัง, หนีไฟนรก, เปลือกหอยจากนางเงือก, เด็กหญิงน็อนจัง, โมโมจัง, เด็กหญิงอีดะ, สมุดพกคุณครู, สมุดพกของแม่, บันทึกของผม, เพื่อนคนใหม่, และรวมแปลเรื่อง ขวัญหนี รักสามเส้า ผีญี่ปุ่น สยองขวัญ เรื่องผีผี เบ็ตตี้ซัง งานแปลจากภาษาอังกฤษก็มีเช่น เคาตุ่ณ+คุณจิ้งจอก, คนซื่อบื้อ+นิ้ววิเศษ ผลงานแปลล่าสุด รวมเรื่องสั้น คนรถไฟ นอกจากนี้ก็มีงานแปลบทภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย เรื่อง always ด้วย

รางวัลที่ได้รับ งานแปลเรื่อง เปลือกหอยจากนางเงือก ได้รับรางวัลหนังสือแปลรางวัล IBBY ปี พ.ศ.2531 และโต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ได้รับเลือกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของกระทรวงศึกษาธิการ

มาถึงเรื่องสบายๆ งานอดิเรกชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะผลงานภาษาอังกฤษของอกาธา คริสตี้ทุกเล่ม อาหารจานโปรดชอบน้ำพริกทุกชนิด โดยเฉพาะน้ำพริกปลาทู บุคคลแบบอย่างในชีวิตคือในหลวงและสมเด็จพระราชินีนาถ ผลงานภูมิใจคือ โต๊ะโตะจังสมัยเด็ก ผุสดีเล่าให้ฟังด้วยว่า ปัจจุบันคุณเท็ตสึโกะ หรือเด็กหญิงโต๊ะโตะตัวจริงอายุ 70 กว่าแล้ว และก็ยังเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์อยู่

ปัจจุบันผุสดีเป็นบรรณาธิการร่วมในคณะบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และยังเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-หัวหิน เนื่องจากรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนวังไกลกังวล

ผุสดีฝากถึงเยาวชนที่อยากเก่งเหมือนเธอว่า ต้องมีความรักและใจชอบก่อน ถ้าอยากทำงานเกี่ยวกับงานแปล หรือเป็นล่าม ขอให้ตั้งใจและศึกษาภาษาประจำชาติของตัวเองให้ได้ดีที่สุดก่อน เพราะท้ายที่สุดก็ต้องกลับมาอาศัยภาษาของตัวเอง

ส่งจดหมายถึงเธอที่สำนักพิมพ์ผีเสื้อ เลขที่ 5/4 ถ.สุขุมวิท ซอย 24 กรุงเทพฯ 10110

ข้อมูลเพิ่มเติม :
:: อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้แปลโต๊ะโต๊ะจัง และอ.มกุฏ อรดี บก.สนพ.ผีเสื้อ

:: รายการ 'นั่นเดะ' ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2554 ["นั่นเดะ" สารคดีบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ที่ชวนคุณมาทึ่งกับความเท่ เก๋ของญี่ปุ่นที่มีอะไรคล้ายๆ กับไทยเรามากกว่าที่คุณเคยเข้าใจ] ได้ทำสกู๊ปเกี่ยวกับหนังสือ โต๊ะโต๊ะจัง และบุกไปสัมสัมภาษณ์คุณครูผุสดี นาวาวิจิต ถึงที่เลยเชิญชมครับ >> http://www.youtube.com/watch?v=FREazIJ7IYc

The Hitchhiker's Guide to the Galaxy(เล่ม1)
Douglas Adams/ดักลาส อดัมส์ : เขียน 
แทนไท ประเสริฐกุล : แปล
สนพ.เพิร์ล พับลิชชิ่ง

ผลงานสุดยอดของนักเขียน ดักลาส อดัมส์ ที่จะทำให้คุณทั้งอึ้ง ทึ่ง และฮาในเวลาเดียวกัน ขายมาแล้วกว่า สิบห้าล้านเล่มทั่วโลก นวนิยาย Sci-Fi หลุดโลก (ออกสู่จักรวาล) ฉีกทุกกฎ แหวกทุกขนบ นี้คือคำโปรยสำหรับหนังสือเล่มนี้

 คู่มือท่องกาแล็กซี่ฉบับนักโบก เป็นเรื่องราวผจญภัย ท่องอวกาศ ของอาร์เธอ หนุ่มหน้าจืดผู้ซึ่งชีวิตมีแต่ความซวย กำลังจะได้ค้นพบข้อดีและข้อเสียของการมีเพื่อนเป็นมนุษย์ต่างดาว ที่เสียดสีสภาพความเป็นจริงของชีวิตบนโลกได้อย่างเจ็บแสบแนบเนียนมากๆ เป็นนิยายไซไฟแนวตลกฮาแตกที่สุดเป็นอันดับสามของจักรวาล สมดังที่เค้าร่ำลือกันจริงๆ ดักลาส อดัมส์ เป็นนักเขียนที่มีฝีมือสูงส่งสุดยอดในการถ่ายทอดเรื่องราวงี้เง่า ให้กลายเป็นเรื่องลึกซึ้ง ได้อย่างงี้เง่า... และถ่ายทอดเรื่องราวลึกซึ้ง ให้กลายเป็นเรื่องงี้เง่า ได้อย่างลึกซึ้ง.

เรื่องนี้เคยถูกสร้างเป็นภาพยนต์มาแล้วเมื่อปี 2005 แต่แนะนำให้อ่านฉบับหนังสือให้จบก่อนค่อยดูหนัง เพราะหนังสือสนุกกว่าหลายร้อยเท่านัก ถ้าเผลอไปดูหนังก่อนอาจทำให้เสียอรรถรสได้ (จินตนาการจะเกิดมลภาวะ)


ภัตตาคารสุดปลายทางจักรวาล
The restaunraunt END UNIVERS(เล่ม2)


ชีวิต จักรวาล และทุกสรรพสิ่ง
Life, The Univers ane Everything(เล่ม3)

 

ถนนนักเขียน

posted on 28 Jun 2012 02:26 by huaboraan

เออร์สกิน คอร์ดเลล์ : เขียน
สิทธิชัย ธาดานิติ : แปล
สนพ.สามัญชน(พิมพ์ครั้งที่2)

 

มีนักเขียนท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ “ไม่มีทางไหนที่จะทำคนให้เป็นคนได้นอกจากการอ่าน”
 
ดังนั้นผมขอแนะเส้นทางหนึ่งเพื่อไปสู่ความเป็นคนทางนั้น คือ หนังสือที่ชื่อ ‘ถนนหนังสือ’ เล่มนี้ เป็นงานเขียนเชิงอัตชีวประวัติของเออร์สกิน คอร์ดเลล์ นักเขียนชื่อก้องของอเมริกัน ที่มีเพื่อนร่วมชาติเดียวกับ เออร์เนส เฮมิงเวย์ หรือ จอห์น สไตเบ็ค พอจะคุ้นหูคุ้นตาบ้างมั๊ย?
 
’รงค์ วงษ์สวรรค์ ฉายา พญาอินทรีย์แห่งสวนอักษรกล่าวไว้ใน ‘เดลินิวส์’ เมื่อแรกที่ถนนนักเขียนออกวางตลาดว่า “ขอแนะนำเป็นพิเศษ : ถนนนักเขียน-ความคร่ำเคร่งและพากเพียรของสิทธิชัย ธาดานิติ(ผู้แปล) นานหลาย พ.ศ. แปลจากต้นฉบับ Call it Experience ของเออร์สกิน คอร์ดเวลล์ สารคดีเชิงอัตชีวประวัติเล่มนี้ ภายใต้การอ่านอย่างพิถีพิถันระหว่างบรรทัด สร้างนักเขียนมาแล้วหลายคนในประเทศนี้และหลายประเทศ!”
 
หนึ่งในนั้น คือ อดีตรุ่นพี่ร่วมสถาบันเดียวกับเรา นั่นคือ ‘กนกพงศ์ สงสมพันธ์’ เจ้าของหนังสือ ‘แผ่นดินอื่น’ ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ปี 2539 หนีออกจากบ้านสมัยเรียนมัธยมเพื่อเดินตามฝัน เพราะไปสะดุดประโยคหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่ว่า “ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจว่าต้องลาออกจากงาน แล้วอุทิศเวลาทั้งหมดเพื่อเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายอย่างเดียว ข้าพเจ้าสัญญากับตัวเองว่าอาชีพอะไรก็ตามที่จะทำต่อไป นอกเหนือจากงานประพันธ์แล้ว อาชีพนั้นเป็นเพียงงานชั่วคราวเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด มีหลังคาคุ้มหัว และมีเสื้อผ้าสวมใส่เท่านั้น..ข้าพเจ้าขอเวลาห้าปีเพื่อจะบรรลุความทะยานอยาก และต่อรองกับตัวเองว่าหากจำเป็นก็ขอเพิ่มอีกสักห้าปี ข้าพเจ้ายังไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเลี้ยงตัวอยู่รอดได้อย่างไรในระหว่างนั้นจนกว่าจะได้เป็นนักเขียนที่บรรณาธิการยอมซื้อเรื่องไปตีพิมพ์ แต่ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาสำคัญ เพราะว่าเมื่อถึงเวลาแล้ว มันก็คงแก้ไขได้เอง”
 
นี่เป็นคำพูดที่เขาบอกตัวเองเมื่อรู้ตัวว่า อยากเป็นนักประพันธ์ หาใช่นักหนังสือพิมพ์ จึงลาออกจากงานหนังสือพิมพ์เพื่อมาเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายเต็มตัว แม้ตัวเองจะไม่มีรายได้ก็ตาม
 
เออร์สกินจึงเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นอย่างหนักหน่วงในวันหนึ่งๆ เขาใช้เวลาในการเขียน 16 -18 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อเขียนเรื่องเสร็จเขาก็จะส่งไปยังตามนิตยสารต่างๆ หากนิตยสารใดไม่รับเรื่องเพื่อตีพิมพ์ เขาจะนำเรื่องเดียวกันส่งไปยังนิตยสารอื่นๆอีกสี่ฉบับ หากยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ นั่นแสดงว่า เรื่องของเขาไม่ดีพอ ควรทิ้งเรื่องนั้นๆเสีย ตอนที่เขียน ใช่ว่าเขาจะเขียนตลอดเวลา แต่เขานั่งอยู่หลังแป้นพิมพ์ดีดตลอดเวลา บางครั้งก็เขียนไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว แต่เขาก็จะนั่งอยู่อย่างนั้นจนหมดเวลาทำงาน 
 

 เขาทำอย่างนี้เรื่อยมาจนห้าปีกว่า เรื่องสั้นเรื่องแรกของเขาก็ได้รับตีพิมพ์ ช่วยขจัดความผิดหวังที่พอกพูนอยู่ในอกตลอดมาให้มลายสิ้นไปจากความทรงจำอันข่มขืนอย่างสิ้นเชิง ต่อมาเรื่องสั้นของเขาได้รับการตีพิมพ์ถี่ขึ้นๆ เป็นลำดับ จนกระทั่งได้รับการรวมเรื่องสั้นเป็นเล่ม และอีกหลายๆเล่มในเวลาต่อมา ปะปนกันไประหว่างเรื่องสั้นกับนวนิยาย 

เคยมีคนถามคอลด์เวลล์ว่า เขาจะให้คำแนะนำนักเขียนใหม่อย่างไร เขาตอบว่า

"เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับงานเขียน โดยถือว่าใครก็ตามที่ปรารถนาความสำเร็จในวิชาชีพนี้ ย่อมจะต้องมีความอดทนต่อการฝึกฝนสักระยะหนึ่ง... พวกหมอ ทนายความ คนทำขนมปัง ช่างเครื่องยนต์ วิศวกร และช่างพิมพ์ ต้องเรียนรู้เรื่องงานของเขาโดยการฝึกฝนหาความชำนาญก่อนเสมอ... ก็แล้วทำไมนักเขียนจะอยู่ในข่ายยกเว้นเล่า"

ขอหยิบยกส่วนหนึ่งจากคำนำหนังสือเล่มนี้ที่ว่า “ถนนนักเขียนน่าจะถือเป็นหนังสือเล่มอันสำคัญยิ่งสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ทุกยุคทุกสมัย เพราะเชื่อมั่นว่าเมื่อใดก็ตามที่นักเขียนอยากเขียนทั้งหลายได้มีโอกาสอ่านเล่มนี้ แรงบันดาลใจอันหลากหลายที่จักกระตุ้นเร้าให้พวกเขาก้าวสู่จุดหมายแห่งความใฝ่ฝันในวิถีทางนี้”

“ประสบการณ์และความมุ่งมั่นของเออร์สกิน คอร์ดเวลล์ น่าจะเป็นบทเรียนและจุดไฟในหัวใจใครบางคนให้ลุกโชนได้ไม่มากก็น้อย ชี้ให้เห็นถึงความวิริยะอุตสาหะอย่าง ‘เอาจริงเอาจัง’ ของคนที่มากหวังจะเป็นนักเขียนคนหนึ่ง”

 

ซ้าย : เออร์เนสต์ มิลเลอร์ เฮมิงเวย์ ( Ernest Miller Hemingway ; พ.ศ. 2442-2504) กับหนังสือรวมเรื่องสั้นที่โด่งดังของเขา ชายเฒ่ากลางทะเลลึก /ขวา : จอห์น เอิร์นส์ต สไตน์เบ็ค จูเนียร์ ( John Ernst Steinbeck, Jr .; พ.ศ. 2444-2511) กับหนังสือ เพื่อนยาก ที่สะท้อนความรักระหว่างเพื่อนได้อย่างลึกซึ้ง

ซ้าย : ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2538 เขาเขียนหนังสือจนลมหายใจสุดท้าย และหนังสือเสเพลบอยชาวไร่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 เล่มหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน / ขวา : กนกพงศ์ สงสมพันธ์ นักเขียนหนุ่มตลอดกาลผู้อุทิศชีวิตให้กับการเขียนหนังสือ เสียชีวิตเมื่ออายุ 40 ปี